Blog Archives

จุดที่ทำให้เกิดความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา

🌷 ความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา วันอาทิตย์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นวันพระแรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ (สองหน) เจริญสุขสวัสดี ให้พากันตั้งใจฟังธรรมเทศนาเรื่อง หัวใจพระพุทธศาสนา ซึ่งต่อจากวันพระที่แล้ว ในการฟังธรรมเทศนาในเชิงวิชาการนั้น ที่จะให้หายสงสัยกันแบบเด็ดขาด เป็นของที่ทำได้ยาก ยิ่งถ้าไม่มีพื้นฐานในเรื่องพระธรรมคำสอนของพระองค์มาก่อนแล้ว ยิ่งต้องนำกลับมาทบทวน เพื่อให้เกิดความเข้าใจให้กระจ่างยิ่งขึ้นในภายหลัง 🌹 จุดที่ทำให้เกิดความเข้าใจสับสนในพระพุทธศาสนา กล่าวตามข้อเท็จจริง ต้นเหตุที่ทำให้เกิดความสับสนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในการทำความศึกษาเรื่องธรรมะในพระพุทธศาสนา ก็คือ ๑. การไม่เข้าใจเรื่อง จิต กับ วิญญาณ (อาการของจิต) ประการแรก๒. การไม่เข้าใจความหมายของคำว่า อัตตา และ อนัตตา ประการที่สอง

Tagged with: , , ,
Posted in ธรรมะ

จิตไม่ใช่กองทุกข์

 จิตไม่ใช่กองทุกข์ ที่ต้องพยายามเน้นนักเน้นหนาเรื่อง “จิต” นั้น เพราะในปัจจุบันผู้ที่ศึกษาพระพุทธศาสนารายใหม่ๆ มักเชื่อตามๆ กันมาจาก “ตำราและอาจารย์” โดยไม่เคยพิจารณาว่าสิ่งที่ตนได้ยินได้ฟังมานั้น น่าเชื่อถือหรือไม่ ทั้งๆ ที่สิ่งที่รู้มา อ่านมา หรือได้ยินได้ฟังมานั้น ขาดเหตุผลไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย เพียงเพราะเป็นการเชื่อแบบตามๆ กันมาเท่านั้น ซึ่งผิดไปจากหลักกาลามสูตร ที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่า อย่าได้เชื่อเพราะว่า สิ่งที่เชื่ออยู่นั้น เป็นการเชื่อที่เกิดขึ้นแบบตามๆ กันมา ๑๐ ประการ โดยไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเสียก่อน พระองค์ยังทรงตรัสไว้ในท้ายกาลามสูตรว่า อย่าเพิ่งเชื่อทั้ง ๑๐ ประการ ให้ตั้งใจฟัง ศึกษาให้ดีเสียก่อน แล้วนำสิ่งที่รู้และได้ยินได้ฟังมา เอามาสมาทาน ลงมือปฏิบัติให้เห็นตามความเป็นจริง เมื่อลงมือปฏิบัติให้เห็นตามความเป็นจริงได้แล้ว และเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ผู้รู้ไม่ติเตียน ค่อยเชื่อก็ยังไม่สายเกินไป

Tagged with: , ,
Posted in ธรรมะ

จิตนั้นไม่ใช่วิญญาณ (ขันธ์) แน่ๆ

🌷 จิตนั้นไม่ใช่วิญญาณ (ขันธ์) แน่ๆ ณ ปัจจุบัน ศาสนาพุทธได้ล่วงผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน จนกระทั่งความเข้าใจในตัวศาสนาที่เป็นเนื้อแท้ได้จางหายไปตามกาลเวลาเช่นกัน แต่ยังนับว่าเป็นความโชคดีอย่างมากที่ศาสนาพุทธในสยามของเรา ยังพอมีเงื่อนงำที่สามารถนำมา สอบสวน ตรวจสอบ เทียงเคียง เพื่อค้นหาสัจจะธรรมที่ยังไม่ถูกปฏิรูปไปตามกาลเวลา เนื่องจากยังมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์บางส่วน ที่สมาทานนำไปปฏิบัติจนรู้แจ้งเห็นจริงปรากฏอยู่ แต่ขณะเดียวกัน ในส่วนที่ถูกปฏิรูปไปแล้ว กลับอาศัยพวกมาก ลากถูกันไป จนได้เติบโตขึ้นมากแบบน่าเป็นห่วง และพยายามยัดเยียดให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิไป จนแทบจะกลืนกินของแท้ ของถูกต้องที่มีอยู่ ให้หมดไปด้วย ทั้งนี้เพราะชาวพุทธเรา ขาดความรอบคอบในเรื่องการปล่อยให้ความเป็นใหญ่ในความเชื่อ ไปให้ความเคารพ ความศรัทธา ความเชื่อแบบฟังตามๆ กันมา โดยไม่เคยนำพาเอาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา ไปเทียบกับหลักเกณฑ์ที่พระพุทธองค์ได้วางไว้ในหลายพระสูตร (ธรรมและวินัย) หลักเกณฑ์ที่ทรงวางไว้ก็รัดกุมชัดเจนมาก ดังเช่นพระสูตรที่ว่าด้วยเรื่องพระสัทธรรมปฏิรูปไปเพราะอะไร? ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบล่วงหน้า ด้วยพระปรีชาญาณเกี่ยวกับเรื่องพระสัทธรรมปฏิรูป ได้แสดงให้กับท่านมหากัสสป

Tagged with: , , ,
Posted in ธรรมะ

จิตไม่ใช่วิญญาณ (4)

 จิตไม่ใช่วิญญาณ มีพระพุทธวจนะใน “มหาปุณณมสูตร” กล่าวไว้ดังนี้ “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแลพวกเธอพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงดังนี้ว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อย่างใดอย่างหนึ่งทั้งที่เป็นอดีต ทั้งที่เป็นอนาคต ทั้งที่เป็นปัจจุบันเป็นไปในภายใน หรือมีในภายนอกก็ตามหยาบหรือละเอียดก็ตาม เลวหรือประณีตก็ตามอยู่ในที่ไกล หรือในที่ใกล้ก็ตามทั้งหมดนั่น ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่อัตตา (ที่พึ่ง) ของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย “อริยสาวก” ผู้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้ย่อมเบื่อหน่าย แม้ในรูป แม้ในเวทนาแม้ในสัญญา แม้ในสังขาร แม้ในวิญญาณเมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัดเพราะคลายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณรู้ว่า หลุดพ้นแล้วรู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้วกิจที่ควรทำ ได้ทำเสร็จแล้วกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้วภิกษุเหล่านั้นต่างชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค และเมื่อพระผู้มีพระภาคกำลังตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้อยู่ภิกษุประมาณ ๖๐

Tagged with: , ,
Posted in ธรรมะ

จิตไม่ใช่วิญญาณ (3)

 จิตไม่ใช่วิญญาณ ในโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งเป็นหัวใจพระพุทธศาสนานั้น ทรงสอนให้๑. ละความชั่ว๒. ทำความดี๓. ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย และพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ล้วนตรัสไว้ว่า“อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธานสาสนํการทำจิตให้มีธรรมอันยิ่ง เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” การชำระจิตให้บริสุทธิ์นั้น มีทางเดียวเท่านั้น ทางอื่นนอกจากนี้ไม่มีอีกแล้ว เป็นทางที่จะทำให้จิตหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในอุปาทานขันธ์ ๕ อันได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยเริ่มลงมือจากการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานภาวนา (สัมมาสมาธิ) เพื่อให้จิตได้รู้จักขันธ์ ๕ ตามความเป็นจริงว่า ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา (จิต) ซึ่งต้องอาศัยความพากเพียรพยายามอย่างมาก เพื่อให้รู้จักสภาวะธรรมของจิต ตอนเริ่มต้นปฏิบัติใหม่ๆ นั้น ความที่จิตคุ้นเคยกับการแส่ส่ายออกไปรู้รับอารมณ์

Tagged with: , ,
Posted in ธรรมะ
เนื้อหาแนะนำ
🌷 การรู้จักจิตผิดๆ ทำให้การศึกษาพระพุทธศาสนาผิดตลอดแนว
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (1)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (2)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (3)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (4)
🌷 จิตนั้นไม่ใช่วิญญาณ (ขันธ์) แน่ๆ
🌷 จิตไม่ใช่กองทุกข์
🌷 เอกจรํ จิตดวงเดียวเที่ยวไป
🌷 จิตประภัสสรผ่องใส
🌷 จิตสงบตั้งมั่นไม่หวั่นไหว จึงจักพ้นทุกข์
🍀 สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ
🍀 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ
🍀 สัมมาสติ การระลึกชอบ
🍀 สัมมาสมาธิ จิตตั้งมั่นชอบ
🌹 อานาปานสติ
🌹 สติปัฏฐาน ๔ การปฏิบัติเพื่อเข้าถึงอธิจิต
🌹 การปฏิบัติธรรมแบบลัดสั้น ไม่มีอยู่จริง
🌹 พระสัทธรรมกำลังเลือนหายไป
🌹 พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป
🌹 กรรมฐานในอริยมรรค ไม่ใช่หินทับหญ้า
🌺 ปัจฉิมโอวาท จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด
🌺 ศีลรักษาเรา หรือ เรารักษาศีล
🌺 ศีล ธรรมอันงามในเบื้องต้น
🌺 สมาธิ ธรรมอันงามในท่ามกลาง
🌺 ปัญญา ธรรมอันงามในที่สุด
🌺 ปัญญาที่แฝงด้วยสัญญา
🌺 สมาธิ ไม่ได้มีในธรรมชาติ
🌺 จงยังสมาธิให้เกิดขึ้นเถิด
🌺 อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ทางไปสู่อมตะ
🌺 นิวรณ์ ๕ เครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี
🌹 เดินตามรอยพระบาท (โอวาท) ในวันวิสาขบูชา