สติปัฏฐาน ๔ คือการปฏิบัติเพื่อเข้าถึงอธิจิต

🌷 สติปัฏฐาน ๔ คือการปฏิบัติเพื่อเข้าถึงอธิจิต

เมื่อเรากล่าวถึงสติปัฏฐาน ๔ หรือมหาสติปัฏฐาน อันมี กาย เวทนา จิต ธรรม ดูเหมือนมี ๔ หัวข้อ หรือมี ๔ ทาง ที่จะเข้าถึงองค์อริยมรรค ซึ่งเป็นทางเดินทางจิตสู่ความเป็นอริยบุคคล ฉะนั้นในปัจจุบันจึงมีแนวทางในการสอนปฏิบัติสติปัฏฐาน ๔ ไปคนละทิศคนละทาง จนผู้ที่เริ่มปฏิบัติใหม่ๆ ถึงกับสับสนเหมือนยาขม หลบได้หลบ เลี่ยงได้เลี่ยง เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนอย่างไร? จึงจะถูกต้องเที่ยงตรงต่อพระธรรมคำสอน

เนื่องจากมีคณาจารย์ต่างๆ ได้แนะนำสั่งสอนเอาไว้มากมายหลายวิธีด้วยกัน ตามแต่กำลังสติปัญญาบารมีของท่าน บ้างก็ให้ดูเฉพาะอิริยาบท (กาย) บ้างก็หมวดจิต (ดูจิต) บ้างก็หมวดเวทนา ส่วนหมวดธรรมนั้นตามแต่ถนัด

ที่หนักไปกว่านั้น คือ มีการแนะนำว่า หมวดกาย หมวดเวทนา เหมาะสำหรับพวกตัณหาจริต เพราะมีเวลามาก คิดน้อย (ปัญญาน้อย) สำหรับหมวดจิต หมวดธรรม เหมาะสำหรับพวกทิฐิจริต คือพวกมีปัญญามาก แต่ไม่มีเวลา

ทั้งที่โดยความเป็นจริงแล้ว พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ดีแล้วในมหาสติปัฏฐานสูตร และในพระสูตรต่างๆ ที่มีอยู่ ซึ่งเชื่อมโยงรองรับกันได้ดี มีนัยยะ นำมาตริตรองปฏิบัติตามได้ อันเป็นแนวทางที่ชัดเจนมาก

เมื่อนำคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงตรัสไว้ดีแล้วนั้นมาปฏิบัติตาม ย่อมต้องเข้าถึงสัจธรรม อมตธรรม อันเป็นอกุปปธรรม บรรลุเจโตวิมุตติอย่างแน่นอน

ในตอนต้นมหาสติปัฏฐานสูตรกล่าวไว้ว่า

“เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา
โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ฐายสฺส
อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนทางนี้เป็นที่ไปอันเอก
เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์
เพื่อล่วงความโศกและปริเทวะ
เพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัส
เพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง
เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
หนทางนี้ คือ สติปัฏฐาน ๔”

ทรงตรัสไว้ชัดเจนว่า ทางนี้ทางเดียว (ทางอันเอก) ที่เชื่อมต่อถึงกันหมด เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้นของสัตว์ทั้งหลาย ไม่ใช่มีหลายทางหลายประตูแบบอย่างที่ฟังตามๆ กันมา

จากนั้นพระพุทธองค์ทรงชี้ชัดลงไป ให้เริ่มต้นที่ หมวดกาย ในบรรพะแรก คือ อานาปานสติ ซึ่งได้ชื่อว่าเจริญธรรมอย่างเดียว ทำให้ธรรมอย่างอื่นเจริญอีกมาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ สติปัฏฐาน ๔

เมื่อลงมือปฏิบัติอานาปานสติ เจริญให้มาก กระทำให้มาก จนกระทั่งจิตของผู้ปฏิบัติ เข้าถึงกองลมทั้งปวงหายใจเข้า เข้าถึงกองลมทั้งปวงหายใจออก ผลจะเริ่มปรากฏ คือ รู้จักอธิจิตหรือจิตตัวในได้ดีขึ้น เนื่องจากได้นิมิตหมายแห่งจิตหรือฐานที่ตั้งของสตินั่นเอง

พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ในสูทสูตรว่า

ภิกษุผู้เขลา ไม่ฉลาดเฉียบแหลม ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ (เวทนาในเวทนาอยู่ … จิตในจิตอยู่ … ธรรมในธรรมอยู่) มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย จิตย่อมไม่ตั้งมั่น (ไม่เป็นสมาธิ) ยังละอุปกิเลสไม่ได้ เธอไม่สำเหนียกนิมิตนั้น ภิกษุนั้นย่อมไม่ได้ธรรมเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และไม่ได้สติสัมปชัญญะ ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้เขลา ไม่ฉลาดเฉียบแหลม ไม่สำเหนียก (ไม่กำหนด) นิมิตแห่งจิตของตน

ภิกษุผู้มีปัญญา ฉลาด เฉียบแหลม ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ (เวทนาในเวทนาอยู่ … จิตในจิตอยู่ … ธรรมในธรรมอยู่) มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย จิตย่อมตั้งมั่น (เป็นสมาธิ) ละอุปกิเลสได้ เธอย่อมสำเหนียกนิมิตนั้น ภิกษุนั้นย่อมได้ธรรมเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และได้สติสัมปชัญญะ ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร? เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีปัญญา ฉลาด เฉียบแหลม สำเหนียก (กำหนด) นิมิตแห่งจิตของตน

จากพุทธดำรัสข้างต้น เราจะเห็นว่า การกำหนดนิมิตหมายแห่งจิตเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด ที่ผู้ปฏิบัติจะต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างคล่องแคล่วทุกขณะ

ตัวอย่างในภิกขุนีสูตร
“ภิกษุณีกราบเรียนพระอานนท์ท่านว่า มีภิกษุณีมากรูป มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว (สัมมาสมาธิ) ในสติปัฏฐาน ๔ ทำให้ได้คุณวิเศษ (มรรคผล) อันยิ่งยวดเพิ่มจากเมื่อก่อน”

ก็พอสรุปได้ว่าต้องได้ฌานในสัมมาสมาธิ เป็นพื้นฐานเท่านั้นจึงจะพิจารณาเห็น (รู้) กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม

และในฐิติสูตร พระภัททะเรียนถามพระอานนท์ว่า อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้ไม่นานหลังพุทธปรินิพพาน? พระอานนท์ตอบว่า เมื่อไม่มีการเจริญสติปัฏฐาน ๔ พระสัทธรรมก็ดำรงอยู่ได้ไม่นาน

ส่วนปริหานสูตร ใจความเหมือนในฐิติสูตร ต่างกันที่ พระภัททะถามพระอานนท์ว่า อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระสัทธรรมเสื่อม? พระอานนท์ตอบว่า เมื่อไม่มีการเจริญสติปัฏฐาน ๔ พระสัทธรรมจึงเสื่อม

และในพราหมณสูตร มีพราหมณ์ทูลถามพระพุทธองค์เหมือนกันกับฐิติสูตร พระองค์มีพระดำรัสตอบเหมือนคำตอบของพระอานนท์ทุกประการ เอวัง

เจริญในธรรมทุกๆ ท่าน
พระภัทรสิทธิ์ อภินันโท
https://www.facebook.com/DhammaBhut

Tagged with: , , , , ,
Posted in ธรรมะ
เนื้อหาแนะนำ
🌷 การรู้จักจิตผิดๆ ทำให้การศึกษาพระพุทธศาสนาผิดตลอดแนว
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (1)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (2)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (3)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (4)
🌷 จิตนั้นไม่ใช่วิญญาณ (ขันธ์) แน่ๆ
🌷 จิตไม่ใช่กองทุกข์
🌷 เอกจรํ จิตดวงเดียวเที่ยวไป
🌷 จิตประภัสสรผ่องใส
🌷 จิตสงบตั้งมั่นไม่หวั่นไหว จึงจักพ้นทุกข์
🍀 สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ
🍀 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ
🍀 สัมมาสติ การระลึกชอบ
🍀 สัมมาสมาธิ จิตตั้งมั่นชอบ
🌹 อานาปานสติ
🌹 สติปัฏฐาน ๔ การปฏิบัติเพื่อเข้าถึงอธิจิต
🌹 การปฏิบัติธรรมแบบลัดสั้น ไม่มีอยู่จริง
🌹 พระสัทธรรมกำลังเลือนหายไป
🌹 พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป
🌹 กรรมฐานในอริยมรรค ไม่ใช่หินทับหญ้า
🌺 ปัจฉิมโอวาท จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด
🌺 ศีลรักษาเรา หรือ เรารักษาศีล
🌺 ศีล ธรรมอันงามในเบื้องต้น
🌺 สมาธิ ธรรมอันงามในท่ามกลาง
🌺 ปัญญา ธรรมอันงามในที่สุด
🌺 ปัญญาที่แฝงด้วยสัญญา
🌺 สมาธิ ไม่ได้มีในธรรมชาติ
🌺 จงยังสมาธิให้เกิดขึ้นเถิด
🌺 อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ทางไปสู่อมตะ
🌺 นิวรณ์ ๕ เครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี
🌹 เดินตามรอยพระบาท (โอวาท) ในวันวิสาขบูชา
%d bloggers like this: