จิตไม่ใช่วิญญาณ (2)

🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ

จิตเป็นธาตุรู้ เมื่อเข้ามาอยู่ในโลกโดยอาศัยขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ก็กลายเป็นจิตผู้รู้ รับ จำ นึก คิด

จิตผู้รู้ มีทั้งรู้ผิดและรู้ถูก

จิตผู้รู้ ที่รู้ผิดไปจากความเป็นจริง เพราะมีอวิชชาเป็นเครื่องกางกั้น ทำให้ไม่รู้จักอริยสัจ ๔ ตามความเป็นจริง

ส่วนจิตผู้รู้ ที่รู้เห็นตามความเป็นจริง นั่นคือรู้เห็นอริยสัจ ๔ ตามความเป็นจริง จึงรู้ว่าจิตไม่ใช่วิญญาณ (ขันธ์) เพราะวิญญาณ (ขันธ์) เป็นเพียงหนึ่งในอาการของจิตที่แจ้งในอารมณ์เท่านั้น

โดยมีพระพุทธพจน์ที่ทรงตรัสรับรองไว้ชัดๆ ในหลายพระสูตร ในบางพระสูตรพระพุทธองค์กล่าวโทษ ภิกษุที่เห็นว่าจิตเป็นวิญญาณ (ขันธ์) เป็นพวกโมฆบุรุษ เช่น ใน มหาตัณหาสังขยสูตร ความว่า

“พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรสาติ ได้ยินว่า เธอมีทิฏฐิอันลามกเห็นปานนี้เกิดขึ้นว่า เราย่อมรู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า วิญญาณนี้นั่นแหละ ย่อมท่องเที่ยว แล่นไปไม่ใช่อื่น ดังนี้ จริงหรือ?

สาติภิกษุทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ย่อมรู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า วิญญาณนี้แหละ ย่อมท่องเที่ยว แล่นไป ไม่ใช่อื่น ดังนี้ จริง

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรสาติ วิญญาณนั้นเป็นอย่างไร?

สาติภิกษุทูลว่า สภาวะที่พูดได้ รับรู้ได้ ย่อมเสวยวิบากของกรรมทั้งหลาย ทั้งส่วนดี ทั้งส่วนชั่วในที่นั้นๆ นั่นเป็นวิญญาณ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรโมฆบุรุษ เธอรู้ธรรมอย่างนี้ที่เราแสดงแก่ใครเล่า

ดูกรโมฆบุรุษ วิญญาณอาศัยปัจจัยประชุมกันเกิดขึ้น เรากล่าวแล้วโดยปริยายเป็นอเนกมิใช่หรือ ความเกิดแห่งวิญญาณ เว้นจากปัจจัย มิได้มี

ดูกรโมฆบุรุษ ก็เมื่อเป็นดังนั้น เธอกล่าวตู่เราด้วยขุดตนเสียด้วย จะประสพบาปมิใช่บุญมากด้วย เพราะทิฏฐิที่ตนถือชั่วแล้ว

ดูกรโมฆบุรุษ ก็ความเห็นนั้นของเธอ จักเป็นไปเพื่อโทษไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์ตลอดกาลนาน

^^^
สาเหตุสำคัญที่ทำให้พระสาติคิดไปเช่นนั้น เพราะความเข้าใจผิดของตนเองว่า จิตคือวิญญาณ นั่นเอง

ทั้งนี้เพราะ กรรมดี – กรรมชั่วที่ตนกระทำนั้น ต้องถูกบันทึกลงที่จิตของตน และจิตของตน ย่อมท่องเที่ยว แล่นไป ตามวิบากของกรรมทั้งหลายทั้งส่วนดี ทั้งส่วนชั่ว ที่ตนได้ทำไว้

จิตจุติ (เคลื่อน) ออกจากร่างกายที่ตาย ไปเกิดตามอำนาจกรรมดีกรรมชั่วที่บันทึกอยู่ในจิต โดยจิตจะเกาะกุมอารมณ์สุดท้าย (มโนวิญญาณ) ในเวลาใกล้จะตาย เป็นปฏิสนธิวิญญาณพาไปเกิดในภพภูมิใหม่ตามแรงกรรม

เจริญในธรรมทุกๆ ท่าน
พระภัทรสิทธิ์ อภินันโท
https://www.facebook.com/DhammaBhut

Tagged with: , ,
Posted in ธรรมะ
เนื้อหาแนะนำ
🌷 การรู้จักจิตผิดๆ ทำให้การศึกษาพระพุทธศาสนาผิดตลอดแนว
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (1)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (2)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (3)
🌷 จิตไม่ใช่วิญญาณ (4)
🌷 จิตนั้นไม่ใช่วิญญาณ (ขันธ์) แน่ๆ
🌷 จิตไม่ใช่กองทุกข์
🌷 เอกจรํ จิตดวงเดียวเที่ยวไป
🌷 จิตประภัสสรผ่องใส
🌷 จิตสงบตั้งมั่นไม่หวั่นไหว จึงจักพ้นทุกข์
🍀 สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ
🍀 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ
🍀 สัมมาสติ การระลึกชอบ
🍀 สัมมาสมาธิ จิตตั้งมั่นชอบ
🌹 อานาปานสติ
🌹 สติปัฏฐาน ๔ การปฏิบัติเพื่อเข้าถึงอธิจิต
🌹 การปฏิบัติธรรมแบบลัดสั้น ไม่มีอยู่จริง
🌹 พระสัทธรรมกำลังเลือนหายไป
🌹 พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป
🌹 กรรมฐานในอริยมรรค ไม่ใช่หินทับหญ้า
🌺 ปัจฉิมโอวาท จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด
🌺 ศีลรักษาเรา หรือ เรารักษาศีล
🌺 ศีล ธรรมอันงามในเบื้องต้น
🌺 สมาธิ ธรรมอันงามในท่ามกลาง
🌺 ปัญญา ธรรมอันงามในที่สุด
🌺 ปัญญาที่แฝงด้วยสัญญา
🌺 สมาธิ ไม่ได้มีในธรรมชาติ
🌺 จงยังสมาธิให้เกิดขึ้นเถิด
🌺 อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ทางไปสู่อมตะ
🌺 นิวรณ์ ๕ เครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี
🌹 เดินตามรอยพระบาท (โอวาท) ในวันวิสาขบูชา
%d bloggers like this: